China-ASEAN

          จากเป้าหมายที่เคยตั้งไว้ของประธานาธิบดีสี จิ้น ผิง ที่ต้องการผลักดันให้จีนเป็นสังคมอยู่ดีกินดีครอบคลุมเท่าเทียมกันทั่วประเทศภายในปี 2020 ในวันนี้ จีนได้ขยายฐานอุตสาหกรรมการผลิตจากพื้นที่ทางภาคตะวันออกที่มีค่าแรงงานสูงสู่มณฑลทางภาคตะวันตกซึ่งมีค่าแรงต่ำกว่า พร้อมกับโอกาสใหม่ในกลุ่มคู่ค้าอาเซียนที่กำลังเดินหน้าผลึกกำลังสร้างเศรษฐกิจกันอย่างเข้มข้น ทำให้ “เขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง” พื้นที่แห่งเดียวของจีนที่สามารถเชื่อมต่อกับอาเซียนได้ทั้งทางบก ทางน้ำ และทางอากาศ กลายเป็นตลาดใหม่ที่น่าลงทุน ซึ่งไม่ใช่แค่กับคู่ค้าในกลุ่มประเทศอาเซียน แต่ยังรวมถึงการลงทุนจากทั่วโลก

                                                   GO ASEAN, GO GLOBAL
จากนโยบายของจีนที่พยายามกระจายความเจริญให้ทั่วถึงทั้งประเทศเพื่อลดช่องว่างการเหลื่อมล้ำทางความเจริญไม่ให้กระจุกตัวอยู่แค่เขตการค้าในพื้นที่ชายฝั่งทะเล โดยเฉพาะภาคตะวันออกและภาคใต้ของประเทศที่กำลังเข้าสู่จุดอิ่มตัว จีนจึงขยายการลงทุนไปสู่พื้นที่ตอนในแถบภาคกลางและภาคตะวันตกของประเทศ โดยเรียกนโยบายการลงทุนในพื้นที่เหล่านี้ว่า “Go West”

Guangxi2.jpg

นโยบาย Go West นี้ได้ฉายสปอร์ตไลต์ไปที่เขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วง เขตพื้นที่ที่มีฐานะเทียบเท่ากับมณฑลหนึ่งของจีนซึ่งได้รับการสนับสนุนด้านการลงทุน ทั้งจากรัฐบาลกลาง รัฐบาลท้องถิ่น และเขตควบคุมพิเศษทางศุลกากรต่างๆ ปัจจุบันเขตฯ กว่างซีกำลังเดินหน้าสร้างโครงการเมกะโปรเจ็กต์ในหลายๆ ด้าน โดยเฉพาะการเร่งพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐาน เน้นการคมนาคมขนส่งและระบบโลจิสติกส์เพื่อเชื่อมต่อทั้งมณฑลใกล้เคียงและแถบประเทศอาเซียน โดยทางการจีนกำหนดให้เขตฯ กว่างซีเป็น “ประตูสู่อาเซียนของจีน” และมีการสร้างสถานที่จัดงานถาวรอย่าง “งานมหกรรมแสดงสินค้าจีน-อาเซียน (China-ASEAN Expo: CAEXPO)” ณ นครหนานหนิง เมืองเอกของเขตฯ กว่างซีเป็นประจำทุกปี เพื่อเป็นศูนย์กลางให้ประเทศในแถบอาเซียนและจีนได้แลกเปลี่ยนการแสดงสินค้าทั้งอุปโภคและบริโภค เครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆ รวมทั้งการแลกเปลี่ยนด้านวัฒนธรรม การศึกษา และการบริการให้คำปรึกษาด้านการลงทุน การติดฉลากที่ว่า “China-ASEAN” ของจีนในทุกๆ โปรเจ็กต์ที่กำลังดำเนินการลงทุนในอาเซียนก็เพื่อเป็นการประกาศว่า ตอนนี้เขตฯ กว่างซีเป็นประตูสู่อาเซียนของจีนแล้ว และการประกาศนี้เองกำลังส่งเสียงดังกึกก้องให้ผู้คนจากทั่วสารทิศตื่นตัวเพื่อเข้ามาร่วมลงทุนในตลาดใหม่แห่งนี้นอกจากนี้จีนยังใช้กลยุทธ์ที่นอกเหนือจากมิติเรื่องเศรษฐกิจการค้า และหันมากระชับความสัมพันธ์ในมิติการเมืองกับกลุ่มประเทศอาเซียนมากขึ้น อย่างการผูกมิตรภาพที่เรียกว่า “เมืองพี่เมืองน้อง” ก็เป็นความพยายามของจีนที่จะเข้าถึงผู้คนในประเทศต่างๆ เพื่อสานสัมพันธ์ในลักษณะของการได้แลกเปลี่ยนความรู้ซึ่งกันและกัน ไม่ว่าจะด้านการศึกษา การท่องเที่ยว วัฒนธรรม และธุรกิจ ซึ่งจะทำให้ประชาชนของทั้ง 2 ประเทศได้ประโยชน์ต่อกันโดยตรงในอนาคต ตัวอย่างเช่น การเป็นเมืองพี่เมืองน้องของเทศบาลเมืองขอนแก่นและนครหนานหนิง ทำให้ที่นครหนานหนิงมีหลักสูตรการเรียนภาษาไทยมากที่สุดในเขตฯ กว่างซี

จากการที่จีนได้ขยายตัวให้นักลงทุน Go West รวมทั้งการเป็นประตูสู่อาเซียนของเขตฯ กว่างซี ทำให้ตอนนี้พื้นที่แถบตอนในและแถบภาคตะวันตกของจีนกำลังเข้าสู่การขยายตัวสู่ความเป็นเมืองมากขึ้น (Urbanization) นิตยสารธุรกิจชั้นนำของจีน CBN Weekly ได้ทำการสำรวจ 400 เมืองทั่วประเทศจีน และพบว่ากลุ่มเมืองทางภาคกลางและภาคตะวันตกเริ่มขยับขึ้นมาเป็นเมืองชั้นสองและเมืองชั้นสามมากขึ้น และฐานะทางสังคมของชาวจีนเริ่มขยับขึ้นมาเป็นชนชั้นกลางมากขึ้นอย่างรวดเร็ว สิ่งเหล่านี้ต่างเอื้อให้ประชากรจีนมีกำลังการบริโภคและกำลังการลงทุนสูงขึ้นตามไปด้วย ซึ่งจะส่งผลให้คนจีนรุ่นใหม่ขึ้นมาเป็นผู้ประกอบการแห่งความหวังเพื่อบุกตลาดโลกได้ต่อไปนั่นเอง

Guangxi3.jpg


Guangxi Routes to ASEAN   

–           เส้นทางบก: เขตฯ กว่างซีเชื่อมต่ออาเซียนด้วยเส้นทางถนนและรถไฟ โดยเส้นทางถนนคือ “เส้นทางเศรษฐกิจหนานหนิง-สิงคโปร์ (Nanning-Singapore Economic Corridor)” เริ่มต้นจากนครหนานหนิง ผ่านเวียดนาม ลาว กัมพูชา ไทย มาเลเซีย และสิงคโปร์ ส่วนเส้นทางรถไฟคือ “เส้นทางสายไหม (Iron Silk Road)” เริ่มต้นจากสิงคโปร์ ผ่านมาเลเซีย ไทย กัมพูชา เวียดนาม และแยกไปอีก 2 เส้นทาง คือเข้าสู่นครหนานหนิง และอีกเส้นเข้าสู่นครคุนหมิง
–                  เส้นทางน้ำ: เขตฯ กว่างซีได้ยกระดับการพัฒนาระบบคมนาคมเส้นทางสายแม่น้ำและทางทะเลอย่างจริงจัง เพื่อลดต้นทุนการขนส่งและเพิ่มปริมาณการขนส่งให้มากขึ้นผ่าน 2 ยุทธศาสตร์ที่สำคัญ ได้แก่ “เขตเศรษฐกิจรอบอ่าวเป่ยปู้” พื้นที่สำคัญด้านการขนส่งทางทะเลที่ผนึกความร่วมมือของ 3 เมืองใหญ่รอบอ่าว ได้แก่ เมืองชินโจว เมืองฝางเฉิงก่าง และเมืองเป๋ยไห่ ส่วนเส้นทางเดินเรือผ่านแม่น้ำ ได้แก่ “โครงการพัฒนาแม่น้ำซีเจียง” ที่เน้นการขนส่งภายในประเทศ รวมทั้งขนส่งไปยังฮ่องกงและมาเก๊า
–                  เส้นทางอากาศ: เขตฯ กว่างซีได้ตั้งเป้าไว้ว่าจะพัฒนาตัวเองไปสู่ “ศูนย์กลางการบินระดับภูมิภาคอาเซียน-จีน” และทำการขยายเส้นทางการบินสู่ประเทศอาเซียนให้มากขึ้น สำหรับเส้นทางบินระหว่างไทยกับเขตฯ กว่างซี ได้แก่ เที่ยวบินนครหนานหนิง-กรุงเทพฯ, นครหนานหนิง-ภูเก็ต และเมืองกุ้ยหลิน-กรุงเทพฯ

Guangxi4.jpg

                                                                  GO GREEN
จากรายงานเรื่องมลพิษทางอากาศของกระทรวงการปกป้องสิ่งแวดล้อมของประเทศจีน (Ministry of Environmental Protection of the People’s Republic of China) เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา พบว่าปี 2014 มีเพียง 8 เมืองจากทั้งหมด 74 เมืองใหญ่ของจีนที่ผ่านมาตรฐานความปลอดภัยเรื่องมลพิษทางอากาศ ได้แก่ เมืองไหโข่ว (Haikou), โจวซาน (Zhoushan), เซินเจิ้น (Shenzhen), จูไห่ (Zhuhai), หุ้ยโจว (Huizhou), ฝูโจว (Fuzhou), ลาซา (Lhasa) และคุนหมิง (Kunming) และเพียงไม่กี่วันหลังจากทางการจีนได้ออกประกาศ กรีนพีซซึ่งเคยทำการศึกษาปัญหานี้ของจีนอย่างจริงจังก็ออกมาให้ข้อสรุปสั้นๆ ว่า ปัญหาอากาศเป็นพิษที่จีนกำลังประสบอยู่ในขณะนี้กำลังฆ่าชาวจีนอย่างช้าๆ มากกว่าปัญหาเรื่องการสูบบุหรี่เสียอีก

Guangxi5.jpg

ภายหลังจากผลการรายงานดังกล่าว รัฐบาลกลางจึงเริ่มชูนโยบายใหม่เพื่อเดินหน้าพัฒนาอุตสาหกรรมที่จะไม่ทำร้ายสิ่งแวดล้อมอย่างที่เคยทำมา โดยการนำร่องให้เขตฯ กว่างซี ณ นครหนานหนิง ย่านนิคมไฮเทคนครหนานหนิง (Nanning New & High-Tech Industrial Development Zone) เป็นนิคมอุตสาหกรรมคาร์บอนต่ำ โดยกำหนดระยะเวลาไว้ตั้งแต่ปี 2014 จนถึงปี 2016 และสนับสนุนให้นักลงทุนในนครหนานหนิงทำธุรกิจด้านอุตสาหกรรมสมัยใหม่ เช่น อุตสาหกรรมพลังงานทดแทน อุตสาหกรรมเภสัชกรรมชีวภาพ อุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศสมัยใหม่ อุตสาหกรรมประหยัดพลังงานและสิ่งแวดล้อม อุตสาหกรรมบริการด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ฯลฯ โดยจีนมีแผนที่จะใช้นวัตกรรมทางเทคโนโลยีในทางสร้างสรรค์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมไปในตัว และตั้งเป้าหมายไว้ว่าจะสามารถควบคุมการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ให้ลดลงจนอยู่ในระดับมาตรฐานภายในปี 2020

Guangxi6.jpg

                                                               GO SMART
นอกจากการตระหนักเรื่องสิ่งแวดล้อมที่มากขึ้นแล้ว ย่านเขตนิคมไฮเทคนครหนานหนิงยังเป็นต้นกำเนิดของ “นิคมอัจฉริยะ” แห่งแรกของเขตฯ กว่างซีอีกด้วย ซึ่งบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านไอทีอย่าง IBM ได้ร่วมลงทุนกับบริษัทท้องถิ่น Guangxi Feipeng Environment Investment ทำธุรกิจภายใต้ชื่อโครงการ “นิคมอัจฉริยะนานาชาติหนานหนิง-อาเซียน (Nanning-ASEAN International Intelligent Park)” ที่วางแผนจะนำเทคโนโลยีทันสมัยอย่าง Internet of Things (IoT) และ Cloud Computing มาใช้ในภาคการผลิตและภาคบริการเพื่อตอบโจทย์ลูกค้าได้อย่างครบวงจร คาดว่าโครงการนี้จะเสร็จสมบูรณ์ภายในปี 2018 ซึ่งประมาณการไว้ว่าจะสร้างเม็ดเงินให้จีนได้กว่า 6 หมื่นล้านบาท ทั้งยังจะช่วยกระตุ้นการจ้างงานให้คนในพื้นที่ได้ราว 25,000 ตำแหน่ง นอกเหนือจากโครงการดังกล่าวแล้ว ธุรกิจด้านอิเล็กทรอนิกส์และด้านเทคโนโลยีสารสนเทศก็กำลังเข้ามาลงทุนในนครหนานหนิงมากขึ้นเรื่อยๆ เช่นกัน

ด้วยความพยายามทั้งหมดของจีนที่ขยายความเจริญมาสู่ภาคตะวันตกและผลักดันให้เขตฯ กว่างซีเป็นประตูสู่อาเซียนของจีน การลงทุนสร้างจุดเชื่อมต่อต่างๆ มาสู่อาเซียน การกระชับความสัมพันธ์กับประเทศคู่ค้าในอนาคต และการพยายามใส่ใจสิ่งแวดล้อมพร้อมทั้งใช้ความสามารถด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมในทางสร้างสรรค์ สิ่งเหล่านี้นับเป็นความตั้งใจครั้งใหม่ของจีนที่น่าจับตามอง “ตอนนี้จีนพร้อมแล้วในการสร้างความสัมพันธ์กับอาเซียนในทุกมิติ เราได้จัดตั้งคณะกรรมการไชน่า-อาเซียน เพื่อดูแลและสร้างความสัมพันธ์กับประเทศคู่ค้าอาเซียนในช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุด” สี จิ้น ผิง ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนกล่าว

Guangxi8.jpg

                                                                # Did You Know?
–                 นอกจากเรื่องเศรษฐกิจที่กำลังขยายตัวของเขตฯ กว่างซีแล้ว พื้นที่แห่งนี้ยังขึ้นชื่อเรื่องความงดงามของทัศนียภาพที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากจีนและทั่วโลกด้วย อย่างนครหนานหนิงที่เป็น “ปอดของเมืองจีน” ก็เคยได้รับเลือกให้เป็นเมือง “Best Practices in Improving the Living Environment” ประจำปี 2008 จาก UN-Habitat จุดเด่นของนครหนานหนิงคือนอกจากจะอุดมไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติแล้ว ยังมีความเด่นชัดของวัฒนธรรมจากชนกลุ่มน้อยต่างๆ ที่อาศัยอยู่ทั่วเมือง ความสามารถทางด้านศิลปะ ดนตรี และงานฝีมือของพวกเขาเหล่านี้คือเสน่ห์ดึงดูดหลักที่ทำให้นักท่องเที่ยวอยากมาเยี่ยมชม บวกกับการที่นครหนานหนิงได้ก้าวขึ้นเป็นเมืองทันสมัยแห่งใหม่ของจีน ทำให้เพียบพร้อมไปด้วยห้างร้าน คลับ บาร์ และแสง สี เสียงยามค่ำคืน ที่สามารถตอบโจทย์นักท่องเที่ยวสมัยใหม่ได้เช่นกัน ส่วนเมืองเป๋ยไห่ เมืองท่องเที่ยวติดทะเลใส หาดทรายขาว ก็ขึ้นชื่อว่าเป็น “ฮาวายฝั่งตะวันออก (Eastern Hawaii)” ซึ่งมีรีสอร์ทมากมายรองรับนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก ในขณะที่กุ้ยหลินได้รับการยกย่องจากชาวจีนว่าเป็น “เมืองสวรรค์บนพิภพ” จนกล่าวกันว่าหากจิตรกรคนใดยังไม่เคยไปเมืองกุ้ยหลิน จะไม่สามารถวาดภาพขุนเขาให้สวยงามได้เลย

–               คำว่า “จ้วง” ในเขตฯ กว่างซีจ้วง มาจากชนชาติจ้วง ซึ่งเป็นชนชาติที่มีความสัมพันธ์อย่างมากกับชาวไทย คุณทองแถม นาถจำนง นักกวีไทย-จีน และนักแปล ผู้ศึกษาชนชาติจ้วงอย่างจริงจังให้ความเห็นไว้ว่า หากสนใจรากเหง้าและประวัติชนชาติไทยก็ต้องให้ความสำคัญกับเรื่องชนชาติจ้วง หากจะค้นหาต้นกำเนิดของชาติไทย เขตฯ กว่างซีคือคำตอบ แต่ถึงแม้ตอนนี้จะยังไม่อาจสรุปได้ว่าบรรพบุรุษของเรามาจากเขตฯ กว่างซีหรือไม่ แต่เรื่องภาษาไทยนั้น นักภาษาศาสตร์เชื่อกันว่าต้นกำเนิดของตระกูลภาษาไทยมาจากเขตฯ กว่างซี